ย้อนเวลา หาแชมป์ ‘หนสุดท้าย’ ของไก่เดือยทอง

ย้อนเวลา หาแชมป์ หนสุดท้าย ของไก่เดือยทอง

‘ไก่เดือยทอง’ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส เป็นสโมสรฟุตบอลจากเกาะอังกฤษในพรีเมียร์ลีก มักถูกเรียกกันสั้น ๆ ว่า

‘สเปอร์ส’ และเรียกสาวกของสโมสรว่า ‘ยิดอาร์มี่’ ที่หมายถึง ชาวยิว เนื่องจากพื้นเพเดิมของแฟนบอลเป็นชาวยิวที่ตั้งรกราก

ในกรุงลอนดอน นับสโมสรที่มีตำนานอันยาวนาน เป็นคู่ปรับร่วมเมืองกรุงลอนดอน กับ เชลซี และ อาร์เซนอล อีกทั้งพวกเขา

ยังเคยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้วถึง 2 สมัย

Tottenham Hotspur’s Dimitat Berbatov celebrates his goal

ในช่วงที่ผ่านมา สเปอร์ส จัดเป็นทีมที่กำลังพัฒนาจะเป็นทีมใหญ่ ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธว่า ศัพยภาพของสโมสรนั้น

มีมากเพียงพอแล้ว ขาดก็แต่ความสำเร็จที่เป็น ‘รูปธรรม’ โดย ‘ยิดอาร์มี่’ ต่างเฝ้ารอวันที่สโมสรจะก้าวขึ้นสู่ทีมระดับแนวหน้า

ในเวทียุโรปอย่างเต็มตัว

โจเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ในการนำพาไก่เดือยทองเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว สอดคล้องกับที่บอร์ด

บริหารของสโมสรให้สัมภาษณ์ตั้งแต่วันที่แต่งตั้งกุนซือรายนี้ว่า สโมสรต้องการ ‘ถ้วย’

โทรฟี่ล่าสุดของพวกเขา ต้องย้อนเวลาไปถึง 12 ปีที่แล้ว โดยในปี 2008 พวกเอาชนะเชลซี 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ

สนามที่เวมบลีย์ ในถ้วย คาร์ลิ่ง คัพ ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของพวกเขาในรายการนี้

ฆวนเด้ รามอส กุนซือในขณะนั้น นำท็อตแน่ม ถล่ม อาร์เซนอล 6-2 ในรอบตัดเชือก ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับเชลซี

ได้สำเร็จ

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงของทีมในขณะนั้น กดฟรีคิกให้เชลซีออกนำไปก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

จะสังหารจุดโทษตามตีเสมอให้สเปอร์สได้สำเร็จ และจบ 90 นาทีด้วยผลเสมอ

พวกเขาต้องไปดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเมื่อกลับมาลงเล่นได้เพียง 3 นาที โจนาธาน วู้ดเกต ก็ส่งบอล

ไปซุกก้นตาข่ายได้สำเร็จ เป็นประตูชัยสู่แชมป์ของพวกเขาในปีนั้น

นับเป็นแชมป์แรกของพวกเขาในรอบ 9 ปี ซึ่งแชมป์รายการนี้ ทำให้พวกเขาตีตั๋วไปเล่นยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จ หลังจาก

ที่จบอันดับ 11 ของตารางในปีนั้น

แม้ว่าไก่เดือยทองในยุคของ ปอเช็ตติโน่ จะได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกได้แข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่ง

ใน พรีเมียร์ ลีกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขามี แฮร์รี่ เคน ที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักรถล่มประตูของทีม คว้าดาวซัลโวลีก

ได้ถึง 2 สมัย แต่ด้วย จังหวะและโอกาส ทำให้พวกเขาไม่ได้สัมผัสถ้วยใด ๆ เลย ตลอด 5 ปี ในการทำงานของเขากับสเปอร์ส

สเปอร์สขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์อย่างจริงจังในฤดูกาล 2015-2016 และ 2016-17 แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้งสองปี

ดังกล่าว พวกเขาใกล้เคียงกับการชูถ้วยแชมป์อีกครั้งในซีซั่นที่ผ่านมา เมื่อสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลถ้วย

ยุโรปได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็แพ้ความเฉียบขาด พ่ายไป 2-0 ในเกมดังกล่าว

หลังจากนั้น พวกเขาก็เหมือนกับคนเสียศูนย์มาตลอด เปิดฤดูกาลมาด้วยผลงานอันย่ำแย่ คะแนนลงไปเกลือกกลั้ว

กับบรรดาทีมหนีตกชั้น จนต้องแยกทางกับกุนซือชาวอาเจนไตน์ในที่สุด โดยพวกเขาก็หวังว่า ชื่อชั้นของ ‘มูรินโญ่’ จะเข้ามา

เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปเสียที

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *